ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และ วิชาการ.คอม โดย วารสาร สานสุข http://www.pttplc.com/TH/Default.aspx 


               ฤดูทำนามาถึงพร้อมความชุ่มเย็นจากสายฝนที่โปรยปราย ชาวนาที่ตำบลพิมาน อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม จะเริ่มต้นทำนาอย่างประณีตด้วยการ ‘ไถแฮก’ ขออนุญาต ‘แม่พระธรณี’ เปิดผืนดินดำชุ่มน้ำ หว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวปลูก ที่คัดกันเองทุกเมล็ด และปล่อยน้ำเข้าผืนนา

1 (16)

               เมื่อต้นกล้าเริ่มแตกใบอ่อนสะพรั่ง มองดูเหมือนพรมสีเขียวอ่อนผืนใหญ่ ก็ถอนกล้าไปปักดำ ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ให้เป็นอาหาร จนเวลาผ่านไป ต้นข้าวเติบโตสะบัดใบสีเขียวแก่ไปตามสายลม เริ่มตั้งท้องและออกรวง ก็ทำพิธีบูชา ‘พระแม่โพสพ’ เพื่อให้ข้าวงอกงาม ไม่มีแมลงและโรคภัยรบกวน จนรวงข้าวเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาล ท้องทุ่งนาก็กลายเป็นสีทอง คลาคล่ำด้วยผู้คนที่มาช่วยกันลงแขกเกี่ยวข้าว

               เมื่อฤดูกาลเก็บเกี่ยวผ่านไป เมล็ดข้าวจะถูกเก็บเข้ายุ้งฉาง เหลือเพียงกองฟางกลางทุ่ง ชาวนาจะแต่งตัวสวยงามไปรวมตัวกันที่ ‘งานบุญกองข้าว’ ประเพณีเก่าแก่ที่ผู้คนร่วมแรงร่วมใจนำข้าวใหม่ พร้อมภัตตาหารมาถวายพระและมอบให้โรงเรียน

               นับแต่บรรพบุรุษรุ่นแรก ที่อพยพข้ามแม่น้ำโขง จากฝั่งลาวมาลงหลักปักฐาน ณ ที่ดินแดนแห่งนี้ พวกเขายังคงวิถีทำนาปลูกข้าวอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง ข้าวหอมมะลิคือผลผลิตที่เป็นรายได้หลักของชุมชน ชาวนาบางรายใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวปลูก ที่ช่วยกันคัดพันธุ์ และเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้เอง แต่บางรายก็ใช้วิธีซื้อจากภายนอก ซึ่งอาจมีการปลอมปนพันธุ์ข้าวคุณภาพไม่ดีติดมา ส่งผลให้คุณภาพผลผลิตเริ่มเปลี่ยนไป ข้าวพื้นเมืองหลายพื้นที่ ‘กลายพันธุ์’ ก็เพราะการไม่ได้คัดเลือกพันธุ์เก็บไว้นั่นเอง ข้อดีของข้าวพันธุ์พื้นเมืองที่คัดสรร คือ การทนต่อโรค ในขณะที่ข้าวที่ซื้อมาจะอ่อนแอกว่าทำให้เกิดการสิ้นเปลืองปุ๋ย เปลืองยา (ฆ่าแมลง)

1 (15)

               อย่างไรก็ตาม การคัดเลือกพันธุ์ข้าวเป็นงานที่ใช้เวลา เพราะต้องคัดทีละเมล็ด ทว่าเป็นช่วงเวลาที่ใจนิ่งสงบ ประหนึ่งการปฏิบัติธรรม ครอบครัวตำบลพิมานที่ยึดมั่นในการใช้พันธุ์ข้าวที่ผลิตเอง จะนั่งล้อมวงกันคัดเมล็ดพันธุข้าวหอมมะลิ 105 ทีละเมล็ด โดยเลือกจากข้าวเปลือกที่อวบ ใหญ่ เมื่อแกะหรือใช้แว่นขยายส่องดู เมล็ดข้าวต้องใส ตรง ไม่หัก และมีจมูกข้าว จากนั้นก็นำไปแช่น้ำ เพื่อคัดเมล็ดที่ลอยหรือลีบทิ้ง แล้วนำไปแช่น้ำอุ่นประมาณ 10 นาที เพื่อให้งอกง่ายขึ้น จากนั้นนำมาใส่ถุง และแช่น้ำไว้ 1 คืน รุ่งเช้าจึงนำขึ้นจากน้ำ วางพักไว้ในที่ร่ม 2 วัน โดยต้องหมั่นรดน้ำ เมล็ดข้าวจะงอกแตกหน่อออกมา

               ขั้นตอนต่อมาคือ การเตรียมแปลงเพาะกล้า แล้วหว่านข้าวให้บางๆ รดน้ำตอนเย็นวันละ 1 ครั้ง เมื่อต้นกล้าอายุได้ 25 – 30 วัน ก็ถอนไปปักดำได้ โดยถอนต้นที่แข็งแรงพร้อมกับดินที่ติดมา ไม่ต้องสลัดดินออก และไม่ต้องมัดรวมเป็นกำ นำไปปักดำภายใน 30 นาที โดยปักดำทีละต้นไม่ให้ลึกมากเกินไป เวนระยะห่างประมาณ 25×25 เซนติเมตร เพื่อให้ต้นข้าวเติบโตสม่ำเสมอกัน

1 (17)               “เมล็ดพันธุ์ 1 ขีด ปลูกข้าวได้ผลผลิตประมาณ 2-3 กระสอบ เพราะต้นกล้าต้นเดียวจะแตกกอ 30 กอ ภายใน 2 เดือน นับตั้งแต่วันปักดำ โดยใช้ต้นกล้าอายุ 25-30 วัน หากอายุมากกว่านั้น จะแตกรวงได้น้อย โดยพื้นที่นา 10 ไร่ จะใช้เมล็ดพันธุ์ที่คัดแล้วประมาณ 2 ขีด” ลินดา ไชยต้นเทือก กรรมการโครงการรักษ์ป่า สร้างคน ๘๔ ตำบล วิถีพอเพียง ตำบลพิมาน และครัวเรือนพอเพียงอาสา ช่วยอธิบายให้เห็นภาพ

               “ปริมาณผลผลิตที่ได้ไม่ต่างกันมาก แต่จะได้พันธุ์ข้าวที่บริสุทธิ์กว่า เวลาขายให้โรงสีจะได้ราคา 200 บาท ต่อ 12 กิโลกรัม ต่างจากพันธุ์ข้าวไม่บริสุทธิ์ จะขายได้เพียง 160 บาท สมัยก่อนมีคนทำอยู่ไม่กี่ราย แต่พอเราขยายผลความรู้ออกไป ตอนนี้มีกว่า 100 ครัวเรือนแล้ว แม้จะเสียเวลาไปบ้างกับการมานั่งเลือกข้าวทีละเมล็ด แต่เราก็สามารถรักษาคุณลักษณะของพันธุ์ข้าวที่ดี ผู้บริโภคก็ได้ข้าวคุฯภาพดีไปด้วย”

               เพราะได้เรียนรู้ และลงมือทำเองทุกขั้นตอน ผนวกกับการสืบทอดภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษ ทำให้ชาวนาตำบลพิมานกลายเป็นนักวิจัยชาวบ้านในเวลาต่อมา

               “เรามีองค์ความรู้อยู่แล้ว ก็อยากจะจัดให้เป็นระบบ และอยากเห็นความรู้ของเราถูกรวบรวมเป็นเล่ม เผยแพร่ให้คนอื่นๆ ด้วย” เป็นคำบอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นของแนวคิดการต่อยอดความรู้ ที่เกิดเป็นงานวิจัยชาวบ้าน เรื่อง ‘แนวทางการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีของตำบลพิมาน อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม’

               “ที่ผ่านมาเราต่างคนต่างทำ เราทำวิจัยเรื่องข้าว เพราะเราทำนา ก็เอาความคิด ประสบการณ์ และแนวทางของแต่ละคนมาผนวกใส่กันก็จะเป็นเรื่องดีๆ หลายเรื่องมารวมกัน” พนมวัน วงศ์กวานกรม หัวหน้าทีมวิจัย เล่าให้ฟัง

1 (13)               งานวิจัยชาวบ้าน คือสิ่งใหม่ที่ชาวตำบลพิมานต้องเรียนรู้การระดมความคิด เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมโดยคนในชุมชน จึงมีขึ้นเป็นระยะ ตั้งแต่การเตรียมทีมงาน การวางแผนเพื่อสร้างเครื่องมือวิจัยและการประชุมชี้แจงโครงการวิจัย จากนั้น ทีมนักวิจัยมือใหม่ทั้ง 21 คน ซึ่งมีทั้ง อบต. เกษตรอำเภอ และชาวบ้าน ก็พร้อมลงพื้นที่

               “เราต้องไปหาข้อมูลก่อนเริ่มงาน หาข้อมูลทั้งหมดในตำบลสอบถามชาวบ้านว่า เรามีพื้นที่ทำนาเท่าไร ทำพันธุ์ข้าวเอง หรือซื้อจากภายนอก เราต้องรู้ทั้งหมดเสียก่อน”

               จากข้อมูลที่รวบรวมมา ชี้ให้เห็นว่า มีชาวนาจำนวนไม่น้อยต้องเสียเงินซื้อพันธุ์ข้าวปลูกจากภายนอก ทำให้ผลผลิตไม่ได้คุณภาพเท่าที่ควร เพราะมีข้าวคุณภาพต่ำปะปนมาด้วยเสมอ จากความรู้และภูมิปัญญาที่มีอยู่แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะชักชวนชาวตำบลพิมานมาร่วมงานวิจัย ทดลองคัด และเก็บพันธุ์ข้าวในแปลงทดลองได้ถึง 83 ครัวเรือนพอเพียงอาสา

               แปลงข้าววิจัยเชิงทดลอง จะถูกแยกมาเปิดเป็นพิเศษ ตั้งแต่การเตรียมแปลง เตรียมดิน และคัดเมล็ดพันธุ์ มีการตรวจวัดขนาดกอและความสูงเป็นระยะ ด้วยมาตรฐานเดียวกัน มีการสังเกต จดบันทึกการเจริญเติบโต เพื่อเก็บเป็นข้อมูล และเมื่อข้าวออกรวง ก็ต้องดูถึงความสมบูรณ์ของรวงและเมล็ด

               “ตอนนี้เข้าใจตามประสาของเรานะ ว่าจะทำวิจัยให้ได้ผล เราต้องสังเกตทุกขั้นตอน จดบันทึกทุกระบวนการ จากนั้นทุกอย่างก็ง่ายแล้ว” ลินดา ไชยต้นเทือก เจ้าของแปลงนาทดลอง บอกเล่า ขณะที่ระวีวรรณ วงศ์สุขะ หนึ่งในทีมนักวิจัยชาวบ้าน เสริมว่า “แหวกดูกันทุกรวงจะรายละเอียดกันแทบทุกเมล็ดทีเดียว เดินแปลงนากันทุกวัน เราก็ได้สังเกต ได้พูดคุยเรื่องต่างๆกันไป มันก็สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชาวบ้านไปด้วย”

               เมื่อการเก็บเกี่ยวข้าวในแปลงทดลองผ่านพ้นไป เมล็ดพันธุ์ข้าวชั้นดีที่ถูกคัดสรรอย่างพิถีพิถัน จะถูกจัดเก็บไว้อย่างดี เพื่อใช้ในฤดูกาลหน้า พร้อมกับการกำหนด ‘นิยาม’ ของเมล็ดพันธุ์ข้าวปลูกคุณภาพดีของตำบลพิมานว่า ต้องมีเมล็ดตรง ไม่หัก ไม่เป็นโรค หรือท้องปลาซิว มีกลิ่นหอม เมื่อนำไปหุงหรือนึ่ง จะมีกลิ่นหอม นุ่ม หุงขึ้นหมอ และเมื่อนำไปปลูก ต้องมีอัตราการงอกอย่างสม่ำเสมอ ให้ผลผลิตดี และทนต่อโรค

1 (14)

               มีการกำหนดรูปแบบการทำนา เพื่อให้ได้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดี โดยใช้ต้นกล้าที่มีอายุ 25-30วัน จำนวนกีบ (ต้น) ที่ปัก 3-5 กีบ ระยะห่าง 25×25 เซยติเมตร ดำซ่อมภายใน 7 วัน การรักษาระดับน้ำช่วงต้นกล้า 5 เซนติเมตร ช่วงแตกกอ 5-10 เซนติเมตร ช่วงตั้งท้องออกดอก 10-20 เซนติเมตร และใส่แต่ปุ๋ยอินทรีย์เท่านั้น

               แม้ขณะนี้ ภารกิจในแปลงทดลองจะเสร็จสิ้น ผลการวิจัยถูกตีพิมพ์เป็นเอกสารเผยแพร่แล้ว หากแต่คุณค่าที่ชุมชนได้รับเพิ่มขึ้นก็คืองานวิจัยชิ้นนี้เป็นเครื่องมือ และโอกาสที่ได้ทำงานร่วมกัน ได้เรียนรู้ถึงเรื่องราวของถิ่นฐานบ้านเกิด ค้นหาและนำภูมิปัญญา ความรู้ที่มีอยู่มาศึกษาเพื่อที่จะพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด

               เมื่อพันธุ์ข้าวที่ใช้เพาะปลูกมีคุณภาพดี ชาวนาตำบลพิมานก็จะได้ผลผลิตที่ดี สามารถรวมกลุ่มสร้างกลไกตลาด เพื่อกำหนดราคาข้าวได้เอง โดยไม่ต้องอิงราคาตลาดทั่วไป ผู้บริโภคก็ได้บริโภคข้าวสายพันธุ์บริสุทธิ์ และปราศจากสารเคมีทุกขั้นตอน

               คนไทยกินข้าวทุกคน ทุกวัน ข้าวจึงเปรียบเสมือนแรงขับเคลื่อนวิถีชีวิต

               จิตวิญญาณทุกมิติ ล้วนอยู่ในข้าวทุกเมล็ดที่กิน

Comment

Comment:

Tweet