"ค่ายชวนน้องใต้ขึ้นดอยตามรอยเท้าพ่อ"

        กิจกรรมนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-30 ตุลาคม 2556  ภายใต้ความร่วมมือของ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) , สายการบินแอร์เอเชีย และบริษัทวิชาการดอทคอม  กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อเชิญชวนน้อง ๆ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  ได้แก่  ปัตตานี ยะลา  และนราธิวาส  มาเรียนรู้โครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสัมผัสประสบการณ์ตามรอยเสด็จประพาสต้นบนดอยอ่างขางในสมัยเริ่มก่อตั้งสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง  เพื่อให้น้อง ๆ ได้รับความรู้และประสบการณ์ในการเจริญรอยตามพระราชดำริ  โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

1 เดินทางถึงเชียงใหม่ โดยสายการบินแอร์เอเชีย

          วันที่ 28 ตุลาคม 2556  น้องๆ จาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เดินทางมาถึงท่าอากาศยานเชียงใหม่ โดยสายการบินแอร์เอเชีย  เที่ยวบินที่  FD3065  ออกเดินทางเวลา  11.55 น. ถึงท่าอากาศยานเชียงใหม่ เวลาประมาณ 14.00 น.  หลังจากนั้นจึงพาน้อง ๆ ขึ้นรถตู้  เพื่อเดินทางมุ่งสู่ดอยอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

2.เดินทางโดยรถตู้มุ่งสู่ชุมชนบ้านยาง2

เดินทางโดยรถตู้มุ่งสู่ชุมชนบ้านยาง ดอยอ่างขาง

          จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.30 น.  น้อง ๆ และทีมงานได้เดินทางมาถึงชุมชนบ้านยาง ดอยอ่างขาง พร้อมทั้งแนะนำตัวพี่ ๆ ทีมงาน จากพิพิธภัณฑ์หลวงที่ ๑ (ฝาง) ยุวมัคคุเทศก์ และทีมงานจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อทำความรู้จักกันในเบื้องต้น หลังจากแนะนำตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ให้เวลาน้อง ๆ ทำการละหมาด แล้วจึงร่วมรับประทานอาหารเย็น และเนื่องจากชุมชนบ้านยางถือเป็นชุมชนที่โดนเด่นในเรื่องวัฒนธรรมที่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็นชาวจีนยูนนาน ดังนั้นอาหารที่น้อง ๆ ได้รับประทานนั้นจะเป็นอาหารของชาวจีนยูนนาน โดยจานเด็ดวันนี้คือ สุกี้ยูนนาน 10 ชั้น ชั้น ชั้น ชั้น!!!!

3.อาหารมื้อแรก

สุกี้ยูนนาน 10 ชั้น และอาหารมื้อแรก ณ ชุมชนบ้านยาง

          ที่มาของชื่อ สุกี้ยูนนาน 10 ชั้น เนื่องจากภายในหม้อจะประกอบไปด้วยเครื่องปรุง 10 อย่าง โดยจัดวางเป็น 10 ชั้น เริ่มจากชั้นล่างคือ ผักกาดเขียวปลี ที่แม้จะเป็นผักสุกง่าย แต่ใส่ลงไปก่อนเพื่อให้ได้กลิ่นหอมของผัก, ไก่กระดูกดำ ที่ดำถึงกระดูก, เผือก, ฟองเต้าหู้, ไข่ม้วน, เห็ดหอม, สาหร่าย,หน่อไม้แห้ง, แฮมยูนนานหรือลูกชิ้นของชาวจีนยูนนาน โดยหมูชุบแป้งมันทอด และหมูบดผสมเครื่องเทศที่ปั้นเป็นก้อนกลม ซึ่งเทคนิคการกินต้องกินเป็นชั้น ๆ จนไปถึงชั้นล่าง เพื่อจะได้ลิ้มรสเครื่องปรุงครบทุกชนิด

4.ระหว่างรับประทานอาหาร

ภาพบรรยากาศน้อง ๆ ระหว่างรับประทานอาหาร

           หลังจากรับประทานอาหารเย็นกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว  พวกเราทีมงาน ทั้งจากพิพิธภัณฑ์หลวงที่ ๑ (ฝาง) ยุวมัคคุเทศก์ ทีมงานจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์  ทีมงานจากวิชาการดอทคอม และน้องทั้ง 20 คน  ได้เดินทางไปยังลานกิจกรรม ที่บ้านพักเจ๊เหมย และได้ร่วมทำกิจกรรมกันอย่างสนุกสนาน ภายหลังจากการทำกิจกรรมเศร็จสิ้น ก็ได้ส่งน้อง ๆ ทั้ง 20 คนเข้าสู่ที่พัก เพื่อเตรียมตัวเดินตามรอยประพาสต้นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวันถัดไป

5.ภาพกิจกรรม 1 5.ภาพกิจกรรม 2

ภาพกิจกรรมสานสัมพันธ์ระหว่างทีมงานและน้อง ๆ

 

6.บรรยากาศยามเช้า

          เมื่อเช้าวันใหม่มาถึง น้อง ๆ จากภาคใต้ทั้ง 20 ชีวิตก็ได้สัมผัสอากาศที่เย็นสบาย มีหมอกลงเล็กน้อย บนดอยอ่างขาง พร้อมทั้งรับประทานอาหารเช้าเพื่อเตรียมตัวเดินทางต่อไปยัง พิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ ๑ (ฝาง) พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่ที่บ้านยาง หมู่ 12 ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพในการนำเศรษฐกิจเข้าไปแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชนบนพื้นที่สูงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงใช้เวลานานกว่า 20 ปีที่ทำให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่นและหันมาปลูกพืชอื่น ๆ ทดแทน

          พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นแหล่งการเรียนรู้ในรูปแบบ พิพิธภัณฑ์มีชีวิต (Living SITE MUSEUM) เป็นพื้นที่ที่รวบรวมและนำเสนอองค์ความรู้ผ่านนิทรรศการ วัตถุสะสม หลักฐานทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้เชิงนิเวศน์ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมประเพณี เพื่อแสดงให้เห็นถึงกระบวนการการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศแบบบูรณาการของพระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งสะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และความหลากหลายทางวัฒนธรรมอย่างแท้จริง

          ประวัติความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้  เกิดขึ้นเนื่องจากเกิดน้ำท่วมและดินโคลนถล่มในพื้นที่ ต.แม่งอน และ ต.แม่ข่า อ.ฝาง ทำให้โรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1 (ฝาง) ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จึงได้มีดำริให้ฟื้นฟูโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1 (ฝาง) จึงได้มีการดำเนินการก่อตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ 1 (ฝาง) ขึ้น ภายในจะเป็นเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับชีวิตและเหตุการณ์ของผู้คนทั้งในโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ ๑ (ฝาง) ในหมู่บ้าน และในพิพิธภัณฑ์ฯ ตามลำดับเวลาที่แตกต่างกัน ระหว่างการเข้าชม พี่แอ้ พี่ทีมงานพิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ ๑ ได้ของบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ในพิพิธภัณฑ์

page

 การจัดแสดงจุดเริ่มต้นของการกำเนิดโครงการหลวง

 

7.จัดเรื่องราว2

       การจัดแสดงพระราชวิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ในการพัฒนาภาคเหนืออย่างยั่งยืน  และเรื่องราวของโครงการหลวง

 

8.รถ (594x800)

รถโฟล์ค (Volkswagen)  รถยนต์พระราชทานเมื่อแรกก่อตั้งโรงงานหลวงสำเร็จรูปที่ ๑ (ฝาง)

 

 9.หนังเงากะลูกพีช

ห้องแสดงหนังเงา จะเป็นการจำลองสภาพโรงงานชั่วคราว (Temporary Factory)  ซึ่งตั้งอยู่ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านยาง  เมื่อปี  พ.ศ. 2515  พนักงานส่วนใหญ่เป็นชาวจีนยูนนานบ้านยาง โดยผลิตภัณฑ์ชนิดแรกคือ "ลูกพีชลอยแก้วบรรจุกระป๋อง"

 

10.ภาพวาดฝีมือ

        ภาพวาดสีน้ำฝีมือนายสือสง  แซ่ย่าง  ชาวจีนยูนนาน วัย  92  ปี (ปี 2552) นกที่อยู่ในภาพ หมายถึง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  ส่วนขุนเขา หมายถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  นกและขุนเขาคู่กัน  หมายถึง ความสงบสุขและความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน

 

11.นิทรรศการ

นิทรรศการภาพถ่ายชาติพันธุ์ นำเสนอเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างโรงงานหลวงอาหารสำเร็จรูปที่ 1 (ฝาง) กับชุมชนบ้านยางและชาวไทยภูเขา

 

13.ฉายหนัง โรงงาน

หนังสั้นที่ฉายเหตุการณ์ ณ ขณะที่โรงงานถูกน้ำป่าไหลเข้ามาอย่างรุนแรงและรวดเร็ว บอกเล่าโดยผู้ที่อยู่เหตุการณ์

          หลังจากเดินชมพิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงที่ ๑ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ได้มุ่งหน้าต่อไปยัง น้ำรู ....น้ำรูเป็นตาน้ำตามธรรมชาติขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของอำเภอฝาง แม่อายและไชยปราการ ตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ 7 บ้านสวนชา ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ตาน้ำขนาดใหญ่ที่ว่านี้ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของอุทยานแห่งชาติดอยฟ้าห่มปก บริเวณสันแบ่งเขตชายแดนไทย-พม่า เขตดอยอ่างขาง-บ้านเวียงขอบด้ง โดยความแรงของตาน้ำที่ออกจากรูอยู่ที่ 1 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ความเป็นกรด อยู่ที่ 2.5 เปอร์เซ็นต์ ความเป็นด่าง 2.5 เปอร์เซ็นต์ คราบหินปูนเฉลี่ยอยู่ที่ 3.25 เปอร์เซ็นต์ ด้วยความที่บริเวณดังกล่าวเป็นป่าที่มีความสมบูรณ์ ตาน้ำที่ว่านี้จึงไม่เคยแห้งหรือหยุดไหล ทั้งยังไม่มีการขุ่นมัวให้เห็น

          หลังจากใช้เวลาในการเดินชมธรรมชาติเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว พี่ ๆ ทีมงานจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ นำโดย นายปรเมศร์ ไกรฤกษ์ หัวหน้ากองอาวุโส กองกิจการสังคม 2 ฝ่ายกิจการสังคม (ซ้าย) ได้แนะนำ คุณลุงจำรัส อินทร (ขวา) หนึ่งในทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการเดินป่าให้ออกมากล่าวแนะนำพร้อมทั้งบอกข้อควรระวังและสิ่งที่ควรรู้ในการเดินป่า หลังจากนั้นจึงพักรับประทานอาหารและเตรียมตัวเดินป่าเป็นระยะทางกว่า 12 กิโลเมตร

IMG_3252

          จุดเริ่มต้นของการเดินป่าเป็นระยะทางกว่า 12 กิโลเมตร ในครั้งนี้ ต้องกล่าวย้อนอดีตไปเมื่อประมาณปีพุทธศักราช 2512 พื้นที่บริเวณอ่างขางเป็นภูเขาหัวโล้นทั้งหมด ชาวบ้านแผ้วถางป่า ทำไร่ฝิ่น แล้วก็เผา อีกทั้งไม่มีใครทราบว่าชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขาเหล่านั้นเป็นอย่างไร จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบว่าบนดอยมีชาวเขาอยู่ ท่านจึงเสด็จฯโดยเฮลิคอปเตอร์แล้วทรงพระดำเนินต่อไป....เหตุการณ์นี้เป็นจุดเริ่มต้นของสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในปัจจุบัน

          ดังนั้น การเดินทางป่าครั้งนี้จึงไม่ได้เน้นการไปเที่ยวชมความงดงามของดอกไม้ ไปลิ้มชิมรสชาติของกาแฟ ผลไม้และผักสด กับการไปสัมผัสความหนาวเย็นบนดอย แต่มุ่งเน้นให้น้อง ๆ จากภาคใต้ร่วม 20 ชีวิต และทีมงานที่ร่วมเดินทาง ได้เข้าไปเรียนรู้ถึงการดำเนินงานของโครงการเกษตรหลวงอ่างขางที่ดำเนินตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริง โดยเส้นทางที่ใช้เดินป่านั้นเป็นเส้นเดียวเดียวกับที่พระองค์ท่านเสด็จฯนั่นเอง

เริ่มต้นเดินป่าตามรอยเสด็จประพาสต้น เป็นระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร

14-1

14-2

14-2-2

14-3

          ในการเดินป่าครั้งนี้ น้อง ๆ ได้สัมผัสกับธรรมชาติของป่าที่อุดมสมบูรณ์ได้สัมผัสกับป่าเบญจพรรณ (Mixed deciduous forest)  ป่าเต็งรัง (Dry dipterocarp forest) ป่าดิบเขา (Hill evergreen forest)  และป่าสนเขา (Pine Forest) ซึ่งจะมีต้นสนสองใบและสนสามใบขึ้นปะปนกัน โดยบริเวณที่พบต้นสนสามใบ (ป่าสนเขา) นั้นจะอยู่บนความสูงไม่ต่ำกว่า 1,700 เมตรจากระดับน้ำทะเล ใช้ระยะเวลาในการเดินทั้งสิ้น 3 - 4 ชั่วโมง โดยจุดหมายปลายทางการเดินในครั้งนี้อยู่ที่ "บ้านขอบด้ง" หรือ "จุดชมวิวขอบด้ง" ซึ่งอยู่เป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกจุดหนึ่งของดอยอ่างขางนั่นเอง

14-4

14-5

          บ้านขอบด้ง ส่วนใหญ่มีชาวเขาเผ่ามูเซอดำอยู่อาศัย ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ชาวเขาเหล่านี้จะได้รับการสนับสนุนการประกอบอาชีพจากโครงการหลวงดอยอ่างขาง ภายในหมู่บ้านยังมีโรงเรียนบ้านของด้ง โดยนักเรียนที่เข้ามาศึกษาก็ได้แก่ ชาวเขาเผ่ามูเซอดำ และกะเหรี่ยงปะหล่องจากหมู่บ้านนอแล ซึ่งน้อง ๆ ที่เดินทางมาถึงก่อนก็จะได้รับการต้อนรับจากคนในชุมชน ด้วยการขายกำไรอันละ 5 บาท  206

14-6

15

          หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการเดินป่าข้ามเขา 8 ลูก 3 ยอดเขาแล้ว คุณลุงจำรัสก็ได้เตรียมน้ำชา "ปู่เฒ่าทิ้งไม้เท้า" ที่มีสรรพคุณแก้ปวดเมื่อย เคล็ดคัดยอก ให้น้อง ๆ และทีมงานได้ดื่มกัน หลังจากพักดื่มชาสมุนไพรกันจนหายเหนื่อยแล้ว ก็มุ่งหน้าต่อไปยังร้านอาหารเหนือ "คุ้มขันโตก" เพื่อรับประทานอาหารเย็นพร้อมชมการแสดง ก่อนเดินทางกลับในวันรุ่งขึ้น

16

          ในที่สุด....วันแห่งการจากลาก็มาถึง หลังจากน้อง ๆ รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมเรียบร้อยแล้วก็เดินทางสู่ท่าอากาศยานเชียงใหม่

17

          สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์โรงงานหลวงหรือการเดินป่าระยะทางกว่า 12 กิโลเมตรก็ตาม คงสามารถทำให้น้อง ๆ ที่เดินทางมาไกลจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ตระหนักถึงพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมทั้งได้แนวทางการคิดการแก้ไขปัญหาจากแนวทางพระราชดำริของพระองค์ท่าน ได้สัมผัสถึงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเขามูเซอดำ และได้สัมผัสถึงความโอบอ้อมอารีมีน้ำใจของพี่ ๆ ทีมงานที่คอยดูแล และคอยบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้กับน้อง ๆ เมื่อถึงเวลาที่้ต้องจากกัน น้อง ๆ ทุกคนล้วนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าเป็นไปได้ น้อง ๆ ก็อยากได้รับโอกาสที่จะกลับมาเข้าร่วมกิจกรรมดี ๆ แบบนี้อีกครั้ง

           ทีมงานวิชาการดอทคอมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้น้อง ๆ ได้สนใจเรียนรู้แนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และนำแนวคิดที่ได้ไปเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตต่อไป

 

ดูภาพกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/media/set/?set=a.10151966458625358.1073741829.205230200357&type=3

ติดตามกิจกรรม/ค่าย อื่น ๆ ของวิชาการดอทคอมได้ที่ http://www.vcharkarn.com/study/camp

Comment

Comment:

Tweet